| Nathida's profileDark Side of WolfrouteBlogLists | Help |
|
Dark Side of WolfrouteNever forget to "fliegen" June 10 ท่องเที่ยวทั่วไป ไม่ไปไม่รู้ THAX 47,161 HITSสถานที่ถ่ายทำสมเด็จพระนเรศวร จ.กาญจนบุรี
ระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายนที่ผ่านมา พี่เดินทางไปพร้อมทีมงานที่ออฟฟิดสู่ จ.กาญจนบุรี เพื่อท่องเที่ยวตามประสาสาวๆ ครั้งนี้ได้ไปเที่ยวสถานที่สำคัญๆสองแห่งด้วยกัน (ไม่นับเรื่องหาที่กินและทดลองเข้าเที่ยวผับเมืองกาญจน์ 555) เริ่มแรกเราไปกันที่สถานที่ถ่ายทำสมเด็จพระเนรศวรค่ะ ราคาค่าตั๋วคนละ 100 บาท อากาศฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นักในตอนแรก แต่หลังจากนั้นแดดก็ส่องทะลุเมฆได้ ไม่ร้อนและไม่ร่มเกินไป
ครั้งนี้พี่อาสา(หรือโดนบังคับไม่รู้) ให้ถ่ายรูปต่างๆเก็บไว้ ส่วนใหญ่ก็เป็นรูปของพวกเราเองนี่แหละ สองวันก็ไม่เท่าไหร่ เกือบสองพันรูป เล่นเอากล้องพี่ร้อนเป็นไฟเลยทีเดียว มาดูรูปถ่ายจากสถานที่ถ่ายทำสมเด็จพระนเรศวรกันดีกว่าค่ะ
ส่วนใหญ่ที่เห็นตามรูปเนี่ย ทำจากโฟมทั้งนั้นเลยค่ะ เจดีย์โฟม รูปปั้นโฟม พระโฟม เขาทำได้เหมือนจริงมากเลยล่ะ ขนาดกำแพงบางส่วนยังเป็นโฟมเลย
สถานที่ต่อมาคือ ซาฟารีปาร์ค ที่นี่ค่าเข้าผู้ใหญ่แค่ 120 บาท เด็ก 100 บาทเท่านั้น เขาอนุญาตให้เราขับรถเข้าไปเองได้ แต่ใครจะไปกล้า ขอนั่งรถมินิบัสของเขาเข้าไปดีกว่า ที่นี่มีทั้งหมดแปดโซนค่ะ ไล่ตั้งแต่โซนกวาง ควายป่า หมีควาย เสือ สิงโต ยีราฟ (พี่เองก็จำไม่ได้หมดซะด้วย มัวแต่ถ่ายรูป) ในโซนที่เป็นสัตว์อันตรายอย่างพวกหมี สิงโตและเสือเท่านั้น ที่เขาไม่อนุญาตให้เปิดหน้าต่างให้อาหารสัตว์ (แครอท) แต่หากเป็นโซนอื่น จะเล่นยังไงกับสัตว์ก็ได้ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วพวกกวาง ยีราฟ จะรู้งาน รีบวิ่งมาออข้างๆรถ ให้เราส่งแครอทใส่ปากให้ ยีราฟนี่จะร้ายกาจหน่อย มันยื่นหัวเข้ามาในรถขโมยอาหารจากมือเราไปเองเลยค่ะ 555 มาดูภาพกันคร่าวๆดีกว่าเนอะ
ที่จริงรูปภาพที่ถ่ายมา มีเยอะมากกว่านี้มาก เพราะได้ไปเที่ยวสะพานข้ามทางรถไฟอันลือชื่อ ได้ไปชิมร้านอาหารที่เมืองกาญจน์หลายร้าน และที่สำคัญ ได้ไปเที่ยวผับด้วย 555 ผับที่นั่นไม่เหมือนกรุงเทพเลยค่ะ ต่างกันมาก ที่กรุงเทพฯนี่สองสามทุ่มต้องไปจองโต๊ะแล้ว แต่ที่นั่นเขาเริ่มกันห้าทุ่มค่ะ เพลงก็ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ โชว์นี่สิ...เล่นเอาตาค้าง เอิ๊กๆๆๆ ไว้คราวหน้าถ้าได้ไปเที่ยวไหนอีก จะมาเล่าให้ฟังนะคะ นิสัยแบบนี้เลือดกรุ๊ปO แน่ๆได้อ่านกันหรือยังคะ
พี่เลือดกรุ๊ปโอค่ะ เลยหาหนังสือกรุ๊ปเลือดมาลองอ่านเล่นๆ ขอบอกว่าเล่มนี้ สุดยอดดดดดด แม่นมากเลยล่ะ พี่อ่านไปหัวเราะไปเพราะโดนไปเกือบทั้งเล่ม รูปแบบการเรียบเรียงให้อ่านก็ง่ายมากๆเลยค่ะ สะอาดตา เขาจะเขียนเป็นประโยคๆให้เราทำเครื่องหมายถูกหน้าประโยคนั้น หากว่ามันช่างตรงกับเราเหลือเกิน มีหลายหัวข้อที่พี่พูดให้น้องๆที่ออฟฟิดฟัง แล้วเขาก็พากันพยักหน้าว่า ใช่เลย นี่พี่เลยล่ะ อาทิเช่น (แหม เขินๆซะแล้วสิ) O สนิทสนมง่ายกับคนที่เอาของกินมาให้ พี่อ่านแล้วน้องๆในออฟฟิดหัวเราะกันเสียงดัง บอกว่าใช่แล้วล่ะ นั่นพี่ชุเลย มีอีกข้อที่น้องๆฟันธงมาว่าใช่คือ O บางครั้งก็คุยกับสัตว์ "อ้าว สบายดีรึเปล่า อย่างงั้นเหรอ" O พวกพ้องเป็นสิ่งสำคัญ ชอบบรรยากาศประมาณว่า "พวกเราพยายามไปด้วยกันเถอะ" O เพราะคุยกับเพศตรงข้ามได้อย่างสนิทสนม เลยโดนเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ 555 โดนไปเพียบ โดยเฉพาะตอนท้ายๆของหนังสือที่ยกตัวอย่างนิทานเรื่องต่างๆที่เรารู้จักกันดีมาให้อ่าน โดยให้ตัวเอกในนิทานนั้นลองเป็นเลือดกรุ๊ปOดู ตลกสุดยอดดดดด คนไหนที่อ่านแล้วสนใจอยากอ่านเพิ่ม ก็ลองไปมองๆหาในร้านหนังสือดูนะคะ มี 4 กรุ๊ปเลือดให้เลือกซื้อเลยค่ะ A, B, AB และ O เหมาะสำหรับการซื้อมาอ่านเล่นกับเพื่อนสองคน เล่มละ 95 บาทค่ะ สนุกมากๆเลยนะคะ May 23 เป็นช่วงอาทิตย์ของความเหนื่อยอ่อน อาจจะเศร้านิดหนึ่งนะคะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา
พี่ได้รับฟังทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ซึ่งค่อนข้างจะหนักไปทางข่าวร้ายมากกว่า ทำเอาจิตใจหวาดหวั่นและก็ขวัญเสียไปจนนอนไม่หลับ คิดอะไรไม่ออก มึนงงอยู่หลายวัน ประกอบกับมีงานด่วนพิเศษ(จ๊อบของพี่เอง)สองชิ้นเข้ามาในช่วงเวลานั้นด้วย ยิ่งทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นไปอีก
ข่าวร้ายพี่ได้ยินมาตั้งแต่ช่วงวันจันทร์ตอนสิบโมง พี่และเพื่อนๆที่ออฟฟิดพอได้ยินข่าวร้ายนั้นก็พากันใจสั่น เศร้าใจมาก พี่เองตอนที่รับรู้เรื่องราวนั้นมา แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดหรือสนิทสนมสักเท่าไหร่ แต่ก็มือสั่นทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เคยคิดว่าตัวเองข่มใจให้สงบนิ่งได้ แต่พอเอาเข้าจริงๆแม้ใบหน้าท่าทางพี่จะเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนที่ทำงานรู้ตัวเลยว่ามือสั่นเล็กๆ และไม่มีสมาธิ ทั้งบริษัทฯของพี่มีแต่ความอึมครึมและเสียใจ ทุกๆที่เงียบนิ่งไปหมด
การเผชิญหน้ากับความกลัวเหล่านั้นทำให้พี่นอนไม่หลับหลายคืน ไม่กล้าปิดไฟนอน ไม่อยากได้ฟังเรื่องบอกเล่าขยายความความเศร้าสลดใจนั้นจากปากคนอื่นๆ ยิ่งต้องทำงานด่วนที่ต้องใช้ความคิดและประมวลผลตัวเลขด้วยแล้ว ยิ่งต้องพยายามไม่ให้มันมารบกวนจิตใจ กระนั้นก็มีถ้อยคำจากคนรอบๆตัวมาให้ได้ยินเสมอ พี่ไม่อยากคิดว่ามนุษย์มีเหตุผลอะไรที่ดลใจให้ทำร้ายคนอื่นถึงชีวิต และถึงรู้ก็คงไม่เข้าใจ พี่ไม่อยากเข้าใจเรื่องแบบนั้น ทุกคนถูกเลี้ยงดูและหล่อหลอมให้รู้จักความผิดชอบชั่วดีมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว อย่างน้อยเสี้ยววินาทีหนึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็น่าจะวิ่งเข้าไปในหัวสมองบ้างมิใช่หรือ
ยิ่งพูดย้อนไปแล้วพี่จะยิ่งไม่สบายใจ เอาเป็นว่าเลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า
มีน้องคนนึงเขียนอีเมลมาถามว่าคำพูดที่ใช้พูดในเรื่องนวาระนี่มีมาจากประสบการณ์จริงบ้างหรือเปล่า พี่ตอบไปว่ามี บางเรื่อง บางความคิดของตัวละคร พี่ก็เอามาจากสิ่งที่ตัวเองคิดได้ เช่น ตอนที่อเล็กซ์พูดกับชินว่า ถ้าชินมัวแต่คิดถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขาก็จะไม่ได้อะไรเลย เรื่องนี้เกิดขึ้นกับพี่เมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่พี่รู้ข่าวร้ายว่า คนสำคัญของพี่คนหนึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่หนึ่งปี
ตอนนั้นพี่เอาแต่ร้องไห้ ร้องไห้อยู่อย่างนั้น ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุผลกับทุกเรื่อง แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นอีก เหตุผลไม่ได้ทำให้สามารถหยุดร้องไห้ได้ แม้จะหยุดคิดมันก็ยังคงร้อง พี่พูดได้แต่คำว่าเสียใจ "ฉันเสียใจ" เวลาคุยระบายกับเพื่อน พี่พูดได้เพียงแค่นั้น มันไม่สามารถอธิบายความรู้สึกจริงๆได้เลยว่าเป็นยังไง พี่เอาแต่คิด คิดว่านี่อาจเป็นเรื่องผิดพลาด หมออาจตรวจผิด คิดอยากให้เป็นเพียงแค่ฝันร้าย อยากให้สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ พี่คิดแต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คิดแต่เรื่องที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย กระทั่งได้รู้ว่า การคิดแต่เรื่องที่ตนเองทำไม่ได้นั้น บั่นทอนจิตใจแค่ไหน
หลังจากนั้นพี่ตัดสินใจที่จะคิดแต่สิ่งที่ตัวเองสามารถกระทำได้ คิดถึงสิ่งที่น่าจะทำได้ พี่สามารถให้อะไรเขาได้บ้าง สามารถทำให้เขามีความสุขได้ยังไงบ้าง เพื่อให้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ เป็นความทรงจำที่ดีของเขาและตัวพี่เอง ให้ถึงแม้เวลาที่เราต้องจากกัน ยังคงมีรอยยิ้มทุกครั้งที่คิดถึง ให้มันฝังอยู่ในความทรงจำนี้ น่าเสียดายที่เมื่อผ่านพ้นชาตินี้ไปแล้ว ความทรงจำทั้งหมดก็จะสูญสลายไปด้วย แต่พี่ก็เชื่อว่าเมื่อเราได้ทำสิ่งต่างๆที่ดี มีความสุขร่วมกันในชาตินี้แล้ว ชาติหน้าเราก็จะได้เจอกันอีก และเมื่อนั้นเราก็จะได้มีความสุขร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
นั่นก็เป็นที่มาของความรู้สึกชินในตอนนั้นล่ะค่ะ
|
||||
|
|